ฉลองวันพิเศษที่โตเกียว: ปักหมุดร้านอาหารหรูและร้านมิชลินที่ต้องไปให้ได้

ฉลองวันพิเศษที่โตเกียว: ปักหมุดร้านอาหารหรูและร้านมิชลินที่ต้องไปให้ได้

ชีวิตคนเรามันก็ต้องมีโมเมนต์พิเศษๆ บ้างใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันครบรอบ ฉลองเหตุการณ์สำคัญ หรือแค่อยากให้วันธรรมดาๆ กลายเป็นวันที่น่าจดจำ ในช่วงเวลาแบบนั้นการได้พาตัวเองไปอยู่ในบรรยากาศร้านอาหารสวยๆ บริการดีๆ และที่สำคัญคือได้ลิ้มรสอาหารที่รังสรรค์มาอย่างพิถีพิถัน มันช่วยเติมเต็มความสุขในวันนั้นได้จริงๆ ค่ะ ในบทความนี้ ขอแนะนำร้านอาหารสุดหรูและร้านระดับมิชลินในโตเกียวที่อยากให้ไปเยือนในวันพิเศษสักครั้ง

ริวกิน (RyuGin)

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่ในย่านรปปงงิ (Roppongi) เชฟยามาโมโตะ เซจิ (Yamamoto Seiji) เป็นปรมาจารย์ที่ผสมผสานความเข้าใจในอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคสมัยใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง จนได้ชื่อว่าเป็น อาหารญี่ปุ่นแห่งอนาคต เลยทีเดียว ความมุ่งมั่นทุ่มเทในการค้นคว้าและคัดเลือกวัตถุดิบ และเทคนิคการนำเสนอในรูปแบบที่ดีที่สุด สมกับเป็นระดับโลกอย่างแท้จริง แค่คิดว่าจะได้ไปนั่งทานอาหารสุดล้ำ พร้อมมองวิวเมืองโตเกียวยามค่ำคืน ก็รู้สึกว่าวันพิเศษนั้นจะต้องประทับใจไม่ลืมแน่นอน

เมนูของ RyuGin จะเป็นคอร์สที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ซึ่งน่าตื่นเต้นตรงที่เราจะได้พบกับสิ่งใหม่ๆ ที่เชฟตั้งใจนำเสนอตามช่วงฤดูนั้นๆ โดยเฉพาะซุป Wanmono ที่ผ่านการคำนวณอุณหภูมิไว้อย่างลงตัว ส่วนของหวานก็เต็มไปด้วยลูกเล่นเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ RyuGin แค่ได้ยินก็อยากรู้แล้วว่าจะเป็นยังไง

 

เว็บไซต์: www.nihonryori-ryugin.com/en

 

วิธีการเดินทางไปร้านริวกิน (RyuGin)

  • สถานีต้นทาง: สถานี Tokyo
  • สถานีปลายทาง: สถานี Ginza
  • ค่าเดินทางประมาณ: 180 เยน

ซัมปิ เรียวรอน (Sanpi-Ryoron (Pros & Cons))

ร้านนี้เป็นอีกร้านดังในเอบิสุ เจ้าของร้านคือเชฟคาซาฮาระ มาซาฮิโระ (Kasahara Masahiro) ซึ่งมักปรากฏตัวในสื่อต่างๆบุคลิกของเชฟดูเป็นกันเองมากๆ แต่ฝีมือการทำอาหารญี่ปุ่นนี่ไม่ธรรมดาเลยค่ะ เสิร์ฟอาหารที่เต็มไปด้วยเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์อันหนักแน่น เสน่ห์ของร้านนี้คือบรรยากาศที่ผ่อนคลายเหมือนได้มาทานข้าวบ้านเพื่อน แต่กลับได้ทานอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ที่อร่อยจนตาโต ถ้าได้นั่งที่เคาน์เตอร์แล้วได้พูดคุยกับเชฟและพนักงานด้วย ยิ่งรู้สึกถึงการต้อนรับที่อบอุ่นมากๆ

เมนูแนะนำคือคอร์ส Omakase ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล อาหารแต่ละจานจัดแต่งมาอย่างมีลูกเล่น มีการผสมผสานที่ไม่คาดคิด ทำให้รู้สึกสนุกกับการทานได้ตลอดมื้อ หลังจากเมนูข้าวปิดท้าย ก็ต่อด้วยเมนูของหวานที่จะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน ตามแต่ละฤดูกาล ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกของเชฟ เป็นมื้อที่อิ่มเอมใจจริงๆ

 

เว็บไซต์: www.sanpi-ryoron.com

 

วิธีการเดินทางไปร้านซัมปิ เรียวรอน (Sanpi-Ryoron (Pros & Cons))

  • สถานีต้นทาง: สถานี Tokyo
  • สถานีปลายทาง: สถานี Ebisu
  • ค่าเดินทางประมาณ: 210 เยน

ซูชิ ไซโตะ (Sushi Saito)

ร้านซูชิในตำนานที่ดังไปทั่วโลก และรักษามาตรฐานมิชลินสามดาวมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันย้ายไปอยู่ในที่ที่ Exclusive สุดๆ ซูชิที่เชฟไซโต้ ทาคาชิ (Saito Takashi) ปั้นขึ้นมานั้น มีความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างเนื้อปลา ข้าวซูชิ และอากาศ ทำให้สัมผัสได้ถึงความละลายในปากอย่างแท้จริง บรรยากาศร้านที่สงบ และการทำงานของเชฟที่เรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยพลัง ก็สร้างความรู้สึกตึงเครียดที่เป็นเอกลักษณ์และน่าประทับใจที่หาไม่ได้จากที่อื่น

ที่นี่มีแต่คอร์ส Omakase โดยเชฟไซโต้จะคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดของวันมาปั้นในรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด ส่วนใหญ่ปรุงรสมาให้แล้ว เราแค่คีบเข้าปากแล้วดื่มด่ำได้เลย ร้าน Sushi Saito ได้รับฉายาว่าเป็นร้าน “ที่จองไม่ได้” เป็นหนึ่งในความฝันขั้นสุดยอดของนักชิมที่อยากจะลองนั่งที่เคาน์เตอร์นั้นสักครั้ง เชื่อว่าถ้ามีโอกาสจริงๆ จะต้องเป็นความประทับใจในแบบที่คาดไม่ถึงอย่างแน่นอน

 

เว็บไซต์: www.arkhills.com/gourmet_shops/0010

 

วิธีการเดินทางไปร้านซูชิ ไซโตะ (Sushi Saito)

  • สถานีต้นทาง: สถานี Tokyo
  • สถานีปลายทาง: สถานี Roppongi-Ichome
  • ค่าเดินทางประมาณ: 180 เยน

ควินเทสเซนต์ (Quintessence)

ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสามดาวในย่านชิโรคาเนได (shirokanadai) ของเชฟคิชิดะ ชูโซ (Kishida Shuzo) ที่ยึดปรัชญา Cuisine Naturelle (อาหารธรรมชาติ) เน้นการดึงรสชาติแท้ๆ ของวัตถุดิบออกมาให้มากที่สุด อาหารของที่นี่ไม่ได้ดูหวือหวา แต่ประณีตและถูกรังสรรค์มาอย่างดี  มีความสมดุลทั้งในด้านอุณหภูมิ การปรุงสุก และรสชาติ รวมถึงเมนูที่มีชื่อเสียงอย่าง Bavarois de Lait de Chèvre ก็เป็นเอกลักษณ์มากๆ บรรยากาศร้านเงียบสงบ เหมาะกับการนั่งทานอาหารและดื่มด่ำกับรสชาติอย่างเต็มที่

เมนูเป็นคอร์ส Omakase เท่านั้นค่ะ เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Bavarois de Lait de Chèvre มักจะรวมอยู่ในคอร์ส ส่วนเมนูอื่นๆ จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและวัตถุดิบที่ดีที่สุดของวัน แม้อาหารจะดูเรียบง่าย แต่ถ้าได้ลองคำแรกจะว้าวจนพูดไม่ถูก เป็นร้านที่อยากไปทานกับคนสำคัญในวันครบรอบ เพื่อใช้เวลาดื่มด่ำกับอาหารและพูดคุยกันอย่างเต็มที่

 

เว็บไซต์: www.quintessence.jp

 

วิธีการเดินทางไปร้านควินเทสเซนต์ (Quintessence)

  • สถานีต้นทาง: สถานี Tokyo 
  • สถานีปลายทาง: ป้าย Goten-Yama
  • ค่าเดินทางประมาณ: 390 เยน

เรกาโล (Regalo)

ร้านอาหารอิตาเลียนที่จองยากอีกร้านในย่านโยโยกิ อุเอฮาระ (Yoyogi-Uehara) เชฟโอคุระ โทโมมิ (Okura Tomomi) นำประสบการณ์การฝึกฝนจากอิตาลีมาผสมผสานกับวัตถุดิบตามฤดูกาลของญี่ปุ่น  และเทคนิคแบบดั้งเดิมของอิตาลี รังสรรค์อาหารอิตาเลียนที่สร้างสรรค์และให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ บรรยากาศร้านให้ความรู้สึกเหมือนทานข้าวที่บ้านเพื่อน แต่คุณภาพอาหารคือระดับสูงมากๆ

มีให้เลือกเป็นคอร์ส Omakase โดยเฉพาะพาสต้าทำมือ เป็นหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของ Regalo ซึ่งจะมีพาสต้าหลากหลายชนิดหมุนเวียนไปตามฤดูกาลให้ได้ลองชิม อาหารทะเลและผักตามฤดูกาลก็ดี ของหวานเองก็อร่อยไม่แพ้กัน

 

เว็บไซต์: www.regalo-ristorante.com

 

วิธีการเดินทางไปร้านเรกาโล (Regalo)

  • สถานีต้นทาง: สถานี Tokyo
  • สถานีปลายทาง: สถานี Yoyogi-Koen
  • ค่าเดินทางประมาณ: 200 – 240 เยน

เด็น (Den)

ร้านอาหาร Innovative ที่ตั้งอยู่ในย่านไกเอ็นมาเอะ (Gaienmae) ที่มีพื้นฐานเป็นอาหารญี่ปุ่น ติดอันดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก 50 อันดับแรก เชฟฮาเซงาวะ ไซสุเกะ (Hasegawa Zaisuke) รังสรรค์อาหารโดยใช้วัตถุดิบญี่ปุ่นและอาหารท้องถิ่นเป็นพื้นฐาน ใส่ลูกเล่นและอารมณ์ขันลงไป เพื่อมอบประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและความสนุกสนานให้กับแขก

เมนูประจำของคอร์ส Omakase ของที่นี่คืออาหารที่มีชื่อเสียงอย่าง Den Special ที่ใช้โมนาคะ (ขนมญี่ปุ่นชนิดหนึ่ง) ก็ทั้งน่ารักและอร่อย แต่เมนูอื่นๆ จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและแรงบันดาลใจของเชฟฮาเซงาวะ บรรยากาศร้านอบอุ่น เป็นกันเอง และรู้สึกได้เลยว่าทุกคนที่นี่ตั้งใจทำให้แขกมีความสุขจริงๆ

 

เว็บไซต์: www.jimbochoden.com

 

วิธีการเดินทางไปร้าน

  • สถานีต้นทาง: สถานี Tokyo 
  • สถานีปลายทาง: สถานี Gaienmae
  • ค่าเดินทางประมาณ: 200 – 240 เยน

แวะคุยสักนิด🐶🌸

โดยรวมแล้ว โตเกียวมีร้านอาหารระดับโลกให้เลือกมากมายจริงๆ ค่ะ แต่ละร้านก็มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป และการได้เลือกไปร้านที่ตรงกับความชอบและโอกาสพิเศษของเรา จะยิ่งช่วยเสริมให้วันนั้นมีความหมายและน่าจดจำมากขึ้นไปอีก หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนได้ปักหมุดร้านในฝันสำหรับวันพิเศษกันนะคะ